vcdสอนพูดภาษาอังกฤษ

สำนวนภาษาอังกฤษ
มีความรู้ความชำนาญด้านแกรมม่าไว้บ้าง เวลาที่คุณใช้ภาษาอังกฤษ
คุณก็จะมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ และสำนวนภาษาอังกฤษที่ดีขึ้นนะครับ

ใหม่จี้จุดอ่อนภาษาอังกฤษชาวไทย

อันที่จริงชาวไทยเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านหลักภาษาอังกฤษไม่แพ้ชาติอื่นเลย
แต่ข้อมูลหน้านี้ขอมอบให้ ผู้ที่กำลังศึกษาภาษาอังกฤษอย่างเร่งด่วนนะครับ

หากคุณกำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่สำหรับชาวไทยคงน้อยคนที่จะไม่รู้จัก
หนังสือแกรมม่าของ อ.สำราญ คำยิ่ง นะครับ เป็นหนังสือที่ใช้อ้างอิงได้ดีมาก
ผมเองก็ใช้ และพยายามเก็บเอารายละเอียดอย่างเต็มที่ แต่คุณอาจเป็นแบบผม
หลังจากอ่านไปมากๆ แล้ว งง? ครับ เพราะรายละเอียดเยอะมาก
สุดท้ายผมก็ไม่รู้จะเริ่มต้นภาษาอังกฤษ อย่างไรดี

วันนี้ผมมีคำตอบนี้แล้วครับ ขอให้คุณสนใจ 5 หัวข้อต่อไปนี้ นะครับ
1. tense
2. subject and verb argreement
3. noun determenater
4. article
5. transition signals

1. tense (วิธีการเลือกใช้รูปแบบกิริยาในแต่ละเหตุการณ์)
หากใช้ tense(หากเลือกใช้รูปแบบกิริยา) ผิด ฝรั่งเขางงว่าเรื่องที่คุณพูดนั้น เกิดขึ้นตอนไหนครับ
ส่วนพี่ไทยไม่เคยงงครับ5555555!

ทำไมต้องเป็น tense ก่อนเพื่อน
เพราะ ภาษาอังกฤษเขาให้ความสำคัญกับการเวลามากครับ

simple tense ใช้พูดเหตุการณ์ทั่วไป
เมื่อเอ่ยเรื่องราวของวันนี้คำพูดกิริยา จะมีจุดแตกต่างกับการเอ่ยเรื่องราวของเมื่อวานนี้ หรือพรุ่งนี้
ส่วนภาษาไทยจะใช้คำพูดเดิมเป็นหลักแล้วพูดคำเพิ่มต่อท้ายประโยคเพื่อบ่งบอกการเวลา
เช่น
ภาษาอังกฤษ
ตอนนี้ใช้ I go to school. เมื่อวานใช้ I went to school. พรุ่งนี้ใช้ I will go to school.
ภาษาไทย
ตอนนี้ใช้ : ฉันไปโรงเรียน, เมื่อวานนี้ใช้ : ฉันไปโรงเรียนเมื่อวาน, พรุ่งนี้ใช้ : ฉันจะไปโรงเรียนพรุ่งนี้
ตัวอย่างข้างต้นเป็นประโยคที่ใช้คุยกันธรรมดาครับ เห็นหรือยังครับว่ามีการใช้สำนวนภาษาอังกฤษที่
แตกต่างกันครับ

contineous tense ใช้พูดเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ขณะพูด
ยิ่งไปกว่านั้นฝรั่งยังให้ความสำคัญกับการเวลาขณะที่กำลังพูดกันอยู่อีก
I am going to school. แปลว่า ฉันกำลังไปโรงเรียน มีความหมายว่าขณะที่กำลังพูดอยู่คนพูดกำลังเดินทางไปโรงเรียน

perfect tense ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
อะไรที่พูดถึงเคยทำมาแล้วจะใช้tenseนี้ครับ
เช่น I have gone to school. แปลว่า ฉันเคยไปโรงเรียนมาแล้ว

ตัวอักษรสีแดงให้คุณเปรี่ยบเทียบความแตกต่างระหว่างภาษาไทย และภาษาอังกฤษนะครับ
เรื่องของ tense ยังมีรายละเอียดอีกมาก ขอให้คุณไปศึกษาเพิ่มนะครับ
ผมเอาเท่านี้ก่อนเพื่อจะได้เห็นจุดแตกต่างระหว่างภาษาไทย และภาษาอังกฤษได้ชัดๆ ครับ

เมื่อคุณจำหลักอย่างนี้ได้เวลาใช้ภาษาอังกฤษก็จะเลือกใช้ tenseได้ถูกต้องครับ
จะเขียนเรื่องอะไร ลำดับเหตุการณ์ไป กรรมการตรวจข้อสอบยังพอเข้าใจคุณว่า
ที่คุณเขียนมาอะไรเกิดขึ้นก่อน หลัง ก็ยังพอให้คะแนนกันนะครับ

2. subject(ประธานของประโยค) and verb(กิริยาของประโยค) argreement(ให้สอดคล้องกัน) (การเลือกจับคู่ระหว่างประธานของประโยค กับกิริยาในประโคยนั้นให้ถูก)
หากเลือกใช้ผิด ฝรั่งเขาไม่แน่ใจว่าผู้ชาย หรือผู้หญิง หรือใครแน่ที่เป็นผู้กระทำเหตุการณ์นั้นครับ

เรื่องนี้ก็สำคัญไม่น้อยครับเพราะฝรั่งเขาให้ความสำคัญ
กับผู้ดำเนินเหตุการณ์ว่าเป็นใครครับ เช่น ชาย, หญิง, พวกเขา(กลุ่มคน), คุณ, ฉัน หรือ การใช้คำว่า มัน
ตรงกับภาษาอังกฤษว่า he, she, they, you, I หรือ it ตามลำดับครับ
ผมไม่ขอยกมากล่าวหมดนะครับใครอยากรู้เพิ่มดูในหนังสือหลักภาษามีมากมายครับ
หลักคิดคือว่า เมื่อกล่าวถึงใคร ขอให้คุณพิจารณาว่าจะใช้กริยาใดกับผู้กระทำเหตุการณ์นั้นครับ
He ใช้ is, She ใช้ is, They ใช้ are, You ใช้ are, I ใช้ am, It ใช้ is
(รวมไปถึง การเติม s, es หลังกิริยาช่องที่ 1 เมื่อประธานของประโยคเป็น he หรือ she เมื่อคุณใช้
present simple tense)
รูปแบบของกิริยายังมีแตกต่างไปอีกในเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นแล้ว และเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
การเลือกใช้รูปกิริยาใดกับประธานยังมีอีกมากแตกต่างกันขอให้คุณไปทบทวนให้แม่น
ก่อนที่จะไปสอบ ขอให้ลองฝึกเขียนประโยคที่มีประธานต่างกัน
และเกิดขึ้นในเวลาแตกต่างกัน(เลือกใช้กิริยาคนละรูปแบบ)ไว้
กรรมการตรวจขอสอบจะได้ไม่หักคะแนนคุณครับ

สำหรับภาษาไทยเราใช้รูปแบบกิริยาเดิมไม่ว่าประธานประโยคจะเป็นใคร
เช่น ฉันไปโรงเรียน, เขาไปโรงเรียน, หรือคุณไปโรงเรียน ใช้คำว่า ไป เหมือนเดิมครับ55555555!

3. noun determenater(จำแนกคำนาม ว่าของชิ้นเดียว หรือหลายชิ้น)
ใช้แยกแยะปริมาณสิ่งของให้ชัดเจนว่ามีมาก หรือน้อย เติม s ท้ายคำนามที่กล่าวถึงเมื่อเป็นของหลายชิ้น
หากคุณไม่เติมฝรั่งมักจะคิดว่าคุณกล่าวถึงของชิ้นเดียว

เรื่องนี้ก็สำคัญครับเพราะฝรั่งเขาให้ความสำคัญกับการกล่าวถึงของชิ้นเดียว และของหลายชิ้นครับ
ของชิ้นเดียว(single) , ของหลายชิื้้น(plural)
เมื่อกล่าวถึงของหลายชิ้นคำนามนั้นให้เติม s ลงท้าย
รายละเอียดเพิ่มยังมีอีกมากขอให้คุณดูกับหนังสือหลักภาษาอังกฤษนะครับ

mass noun เป็นคำนามที่มีมวลสาร เช่น Sugar น้ำตาลไม่มีใครมานับที่ละเม็ด
water น้ำ มีมวลสารแต่นับไม่ได้ว่ามีกี่เม็ด(จนกว่าจะตวงเป็นแก้ว เป็นถุง ...)
คำนามพวกอะไรประมาณนี้
เมื่อนับไม่ได้ ก็ไม่เติม s แถม ไม่ใช้ a, an, หรือthe นำหน้า
ตรงกันข้าม มีคำนามที่ไม่มีมวลสาร เช่น three informations, หรือ two accidents
คำพวกนี้มากกว่า 1 ชิ้น เติม s และใช้ article: a, an, the นำหน้าได้

ภาษาไทยเราไม่ต้องคอยกังวลว่าจะกล่าวถึงของหลายชิ้นแล้วเติม s ครับ
เช่นมีปากกา 1 ด้าม, มีปากกา 2 ด้าม, มีรถ 1 คัน, มีรถ 2 คัน

4. article คำนำหน้านาม มีเพื่อบงบอกว่าคำที่มี article นำหน้าเป็นคำนาม
( a, an, และ the)

มี่คำบางคำในภาษาอังกฤษที่ ออกเสียงเหมือนกัน และเขียนเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน
จนต้องใช้ article มานำหน้าจึงแยกความหมายออกครับ
เช่น light แปลว่า เบา, ส่วน the light แปลว่าแสงแดด ครับ

ส่วนการใช้ article อย่่างไรหาดูไม่ยากครับ คุณๆ อาจเก่งกว่าผมก็ได้ แต่เวลาเขียน
หรือใช้ภาษาอังกฤษขอให้นำมาใช้นะครับ

ส่วนภาษาไทยไม่มีปัญหานี้ครับ ภาษาไทยจึงไม่มี article เมื่อภาษาเราไม่มีเราจึงไม่เคยชิน
กับการกล่าวถึงคำนามโดยกล่าว article นำหน้าครับ

5. transition signals คำเชื่อมต่างๆ
คนไทยมีปัญหาการเขียนประโยคภาษาอังกฤษต่อๆ กันเป็นเรื่องเป็นราว
เพราะมัวไปเน้นแกรมม่ารายคำมากครับ เวลาสอบเขาให้เขียนเป็นเรื่องยาวๆ
เลยได้คะแนนน้อยครับ

คนที่เขียนคำเชื่อมเก่งจะสามารถเอาใจความ 2อันมาเขียนเรียงกันได้ ครับ
เวลาเขียนแล้วจะน่าอ่านขึ้นมากครับ ทำให้สำนวนภาษาดีขึ้นด้วยครับ

คำเชื่อมมีทั้งแบบใจความต่อเนื่องสอดคล้องกัน และใจความขัดแย้งกัน
แบบสอดคล้องกัน
เช่น and, also, furthermore, moreover, in addition ...
แบบขัดแย้งกัน
เช่น but, however, incontrast, on the other hand, nevertheless...

ยังมีคำเชื่อมเพื่อยกตัวอย่าง คำเชื่อมเพื่อบอกเหตุผล คำเชื่อมเพื่อบอกเงื่อนไข คำเชื่อมเพื่อเปรียบเทียบ
ขอให้คุณค้นหาเพิ่มเติมนะครับ และหัดใช้ให้เก่งๆ จะได้เขียนประโยคภาษาอังกฤษต่อกันได้
เมื่อคุณต้องการเขียนเป็นย่อหน้า เป็นเรื่องราว จะได้ไม่ติดขัดครับ

ส่วนการเรียนภาษาอังกฤษเรื่องอื่นๆ ก็ขอให้เพิ่มความชำนาญเองนะครับ
ผมขอเอาตรงที่ชาวไทยมีจุดอ่อนตามเหตุผลที่ชี้แจงแล้วมาให้ดูกัน
หากคุณตั้งหลักกับเรื่องที่ผมกล่าวถึงนี้ได้แล้วเวลาเขียนประโยคภาษาอังกฤษ
ก็นึกถึง 5 ข้อที่มักจะถูกละเลยนี้(อาจไม่ใช้เราละเลย แต่มันไม่ชินที่จะใช้)
คุณก็จะได้คะแนน การเขียนดีขึ้นแน่ๆ ครับ

หากโอกาสอำนวยอีกครั้งผมจะกลับมาเขียนรายละเอียดเพิ่มอีกครับ

พันธมิตรของเรา

เรียนตัดเย็บเสื้อผ้า หรือทำผมเสริมสวย ที่หนองคาย 6 เดือน, 6,500 บาทเท่านั้น
www.kusol.com
ชมรมพุทธศาสนา
ออนไลน์
www.fhappy.com
ส่งการ์ดน่ารัก น่ารักให้เพื่อนคุณ
www.yodtip.com
มีเรื่องอยากถาม
หมอดู เชิญคลิก
www.thai76.com
รวมเว็บไซต์
ในจังหวัดบ้านคุณ
เว็บไซต์แนะนำ :  www.samud.com  : ให้ความรู้เรื่องปลาสวยงามอย่างละเอียดครับ :ปลาหมอสี    ปลาอะโรวาน่า 
ปลาคาร์ฟ   ปลาทอง  ปลากัด   ปลาปอมปาดัวร์