|

อันที่จริงชาวไทยเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านหลักภาษาอังกฤษ
ไม่แพ้ชาติอื่นเลยแต่ข้อมูลหน้านี้ขอมอบให้ผู้ที่กำลัง
ศึกษาภาษาอังกฤษอย่างเร่งด่วนนะครับ
หากคุณกำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่สำหรับชาวไทย
คงน้อยคนที่จะไม่รู้จัก
หนังสือแกรมม่า
ของ อ.สำราญ คำยิ่ง นะครับ เป็นหนังสือที่ใช้อ้างอิง
ได้ดีมาก
ผมเองก็ใช้ และพยายามเก็บเอารายละเอียด
อย่างเต็มที่ แต่คุณอาจเป็นแบบผมหลังจากอ่านไป
มากๆ
แล้ว งง? ครับ เพราะรายละเอียดเยอะมาก
สุดท้ายผมก็ไม่รู้จะเริ่มต้นภาษาอังกฤษ อย่างไรดี
วันนี้ผมมีคำตอบนี้แล้วครับ ขอให้คุณสนใจ
5
หัวข้อ
ต่อไปนี้ นะครับ
1. tense
2. subject and verb argreement
3. noun determenater
4. article
5. transition signals

สั่งซื้อVCD Online
หากคุณเรียนภาษาอังกฤษแล้วพูดไม่ได้สักที
paulroom.com ขอรับรองว่า
การเริ่มต้นกับ VCD B1 และ B2
จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนครับ
คลิกดูรายละเอียดได้เลยครับ
สำนวนภาษาอังกฤษที่ควรทราบ
Never put off till tomorrow what can be done today.
อย่าผัดวันประกันพรุ่ง
To put one’s head in the lion’s mouth
ล้วงคองูเห่า
It is too late to shut the stable-door when the steed is stolen.
วัวหายล้อมคอก
He that sows good seed, shall reap good corn.
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
When you look over an elephant look at its tail
When you look over a girl, look at her mother
ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่
To hide one’s light under a bushel
คมในฝัก
A genius is born, not made
ช้างเผือกเกิดในป่า
A dog has his day
วันพระไม่มีหนเดียว
Early ripe , early rotten. ripe
อย่าชิงสุกก่อนห่าม
You cannot eat your cake and have your cake(it)
อย่าจับปลาสองมือ
What happened ?
someone ?
What is wrong with
something
What is the matter ?
เกิดอะไรขึ้น" หรือ "มีอะไรผิดปกติ เกิดขึ้น
What is the
weather like ?
What is your new teacher like?
เป็นอย่างไร
go abroad
ไปต่างประเทศ
to apply for a job
สมัครงาน
to spend มักใช้กับเงินหรือเวลา
- spend + money + on + something
- spend + time + v. ing
สำนวนเกี่ยวกับเวลาอีกอย่างหนึ่ง คือ
It takes us three hours to go to Hua Hin.
to be fond of = like
The girl is fond of singing = The girl likes singing.
to be good at music
เก่งทางดนตรี
เก่ง/ไม่เก่ง หรือ มีความสามารถ/ไม่มีความสามารถ ในด้านต่างๆ
to be bad at... ,to be poor in...,to be weak in...
ไม่เก่ง, อ่อน
to be on duty = อยู่เวรหรือระหว่างขณะปฏิบัติหน้าที่
to be off duty = ออกเวรหรือไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่
to have a day off = ได้หยุดงาน 1 วัน เช่น
Are you kidding?
คุณล้อเล่นหรือเปล่า
have (or take) a bath / a shower = อาบน้ำ อาบน้ำฝักบัว
have a break = พักคั่น หรือหยุดพักชั่วครู่
have a cold / a flu / a headache / a toothache … = เป็นไข้หวัด / ไข้หวัดใหญ่ / ปวดหัว / ปวดฟัน …
have a fever
เป็นไข้
to be over
จบสิ้น เสร็จสิ้น เช่น
The file was over.
บางทีใช้ "The time is up." หมายถึง "The time is over." (=หมดเวลา) ก็ได้
to be eager to do something = กระตือรือร้นที่จะทำ…
to be ready to do something = พร้อมที่จะทำ…
to be willing to do something = เต็มใจที่จะให้…
to be about to do something = กำลังจะ เกือบจะทำ…
to be in order = อยู่ในระเบียบ เรียบร้อย ใช้ได้
to be out of order = ไม่เป็นระเบียบ ใช้ไม่ได้ หรือเสีย เช่น
give up = หยุด หรือเลิกทำ
be (get) used to = เคยชินกับ
be (get) accustomed to
look forward to = คาดหวังที่จะ…
to be busy = ไม่ว่าง หรือวุ่นอยู่กับ
to be worth = มีค่าควรแก่การ…
I can't help = อดไม่ได้
I can't stand = ทนไม่ได้
no use = no good = ไม่มีประโยชน์ที่จะ
to be in trouble = อยู่ในภาวะยุ่งยาก หรือมีปัญหา
to be in a hurry = รีบร้อน
make friends with… = ผูกมิตร หรือทำความรู้จักกับ..
make up one's mind = ตัดสินใจ
make fun of = หลอก แกล้ง
make a fool of
play a trick on someone = หลอกลวง…
pay atttenion to = ให้ความสนใจ เอาใจใส่กับ..
on sale = ลดราคา
for sale = มีไว้สำหรับขาย
on time = ตรงเวลา
in time = ทันเวลา
to go for a walk = ไปเดินเล่น
to go on holiday = ไปเที่ยววันหยุด
to go on business = ไปทำธุรกิจ
something on one's mind
เวลาที่เราคิดหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องอะไรอยู่ มีอะไรอยู่ในใจ
in advance = ล่วงหน้า
out of t question= impossible (เป็นไปไม่ได้)
His adventure is out of the question. (การผจญภัยของเขานั้นเป็นไปไม่ได้)
to make a promise = กระทำสัญญา
to keep a promise = รักษาสัญญา
to break a promise = ไม่รักษาสัญญา
fail to do something = พลาดที่จะทำ (คือ ไม่ได้ทำ) เช่น
We failed to pick her up at the airport. ( เราไม่ได้ไปรับเธอที่ สนามบิน)
succeed in doing something = ประสบความสำเร็จในการ
be equal to หมายถึง เท่ากันกับ
be similar to หมายถึง เหมือนกันกับ
to lose one's way = to get lost = หลงทาง เช่น
to learn by heart = ท่องจำ เช่น
to lose one's heart = to fall in love with… = ตกหลุมรัก… เช่น
for good = forever = ชั่วนิรันดร เช่น
up to date = modern = fashionable หรือ to be in fashion = ทันสมัย กำลังเป็นที่นิยมหรืออยู่ในความนิยม เช่น
out of date = ล้าหลัง ไม่ทันสมัย
to keep an eye on = to watch over = เฝ้าดู เช่น
to make both ends meet = ทำให้รายได้พอกับรายจ่าย เช่น
hang up = วางหูโทรศัพท์
to deal with = จัดการกับปฏิบัติต่อ
bring up = ให้การอบรมเลี้ยงดู ให้การศึกษา เช่น
run out of = หมด ขาดแคลน เช่น
catch up with = ตามทัน เช่น
to have an appointment with someone = มีนัดหมายกับ… มักใช้อย่างเป็นทางการ เช่น
to back up = support = สนับสนุน
little by little = gradually = ทีละเล็กทีละน้อย เช่น
to be on the air = ออกอากาศทางวิทยุ หรือโทรทัศน์ เช่น |
จี้จุดอ่อนภาษาอังกฤษชาวไทย
ดูสำนวนภาษาอังกฤษที่ควรรู้ด้านล่าง...คลิก!!!!!
มีความรู้ความชำนาญด้านแกรมม่าไว้บ้าง
เวลาที่คุณใช้ภาษาอังกฤษ
คุณก็จะมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ และ
สำนวนภาษาอังกฤษ ที่ดีขึ้นนะครับ
1. tense
(วิธีการเลือกใช้รูปแบบกิริยาในแต่ละเหตุการณ์)
หากใช้ tense(หากเลือกใช้รูปแบบกิริยา) ผิด
ฝรั่งเขางงว่าเรื่องที่คุณพูดนั้น เกิดขึ้นตอนไหนครับ
ส่วนพี่ไทยไม่เคยงงครับ5555555!
ทำไมต้องเป็น tense ก่อนเพื่อน
เพราะ ภาษาอังกฤษเขาให้ความสำคัญกับการเวลามากครับ
simple tense ใช้พูดเหตุการณ์ทั่วไป เมื่อเอ่ยเรื่องราวของวันนี้
คำพูดกิริยา จะมีจุดแตกต่างกับการเอ่ยเรื่องราวของเมื่อวานนี้
หรือพรุ่งนี้ ส่วนภาษาไทยจะใช้คำพูดเดิมเป็นหลักแล้วพูดคำเพิ่ม
ต่อท้ายประโยคเพื่อบ่งบอกการเวลา เช่น
ภาษาอังกฤษ
ตอนนี้ใช้ I go to school. เมื่อวานใช้ I went to school. พรุ่งนี้ใช้ I will go to school.
ภาษาไทย
ตอนนี้ใช้ : ฉันไปโรงเรียน, เมื่อวานนี้ใช้ : ฉันไปโรงเรียนเมื่อวาน, พรุ่งนี้ใช้ : ฉันจะไปโรงเรียนพรุ่งนี้
ตัวอย่างข้างต้นเป็นประโยคที่ใช้คุยกันธรรมดาครับ เห็นหรือยังครับว่ามีการใช้สำนวนภาษาอังกฤษที่
แตกต่างกันครับ
contineous tense
ใช้พูดเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ขณะพูด ยิ่งไปกว่านั้น
ฝรั่งยังให้ความสำคัญกับการเวลาขณะที่กำลังพูดกันอยู่อีก
I am going to school. แปลว่า ฉันกำลังไปโรงเรียน มีความหมายว่าขณะที่กำลังพูดอยู่คนพูดกำลังเดินทางไปโรงเรียน
perfect tense
ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
อะไรที่พูดถึงเคยทำมาแล้วจะใช้tenseนี้ครับ
เช่น I have gone to school. แปลว่า ฉันเคยไปโรงเรียนมาแล้ว
ตัวอักษรสีแดงให้คุณเปรี่ยบเทียบความแตกต่างระหว่างภาษาไทย และภาษาอังกฤษนะครับ
เรื่องของ tense ยังมีรายละเอียดอีกมากขอให้คุณไปศึกษาเพิ่ม
นะครับผมเอาเท่านี้ก่อนเพื่อจะได้เห็นจุดแตกต่างระหว่าง
ภาษาไทย และภาษาอังกฤษได้ชัดๆ ครับ
เมื่อคุณจำหลักอย่างนี้ได้เวลาใช้ภาษาอังกฤษก็จะเลือกใช้ tense
ได้ถูกต้องครับ จะเขียนเรื่องอะไร ลำดับเหตุการณ์ไป กรรมการ
ตรวจข้อสอบยังพอเข้าใจคุณว่า
ที่คุณเขียนมาอะไรเกิดขึ้นก่อน
หลัง ก็ยังพอให้คะแนนกันนะครับ
|